Bangkok Mean Time เวลามาตรฐานชาติแรกของโลก กำหนดที่ประเทศไทย การกำหนดเวลาสากลของไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ทีมีพระอัจฉริยภาพในด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งซึ่งทำให้เราชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์  นั่นก็คือ  การที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวของสยามที่สามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ตำบลหว้ากอ  ได้ล่วงหน้าถึง 2 ปี และมีความแม่นยำเร็วกว่านักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสถึง  2  วินาที

แต่พระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแก่ประเทศของเรา แต่คนไทยอีกหลายๆ  คนอาจจะยังไม่รู้  ก็คือ การที่ทรงสถาปนาเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศสยาม หรือที่เราเรียกกันว่า “Bangkok  mean  time” ก่อนชาติใดๆ ในโลก

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติในปี พ.ศ. 2394  ต่อมาปี พ.ศ.  2395 ได้โปรดเกล้าฯ  ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ  (ทัด  บุนนาค)  เป็นแม่กองก่อสร้างพระราชมณเฑียรที่ประทับขึ้นในพระบรมมหาราชวัง  ณ  บริเวณสวนขวา แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จท่านสมเด็จเจ้าพระยาฯ  ก็ถึงแก่พิราลัย  จึงได้โปรดเกล้าฯ  ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์  (ช่วง  บุนนาค)  เป็นแม่กองก่อสร้างต่อมา  โดยมีกรมหมื่นราชสีหวิกรม (พระยศในขณะนั้น)  เจ้ากรมช่างสิบหมู่  เป็นนายช่างก่อสร้าง  แล้วเสร็จในปี  พ.ศ.  2400  พระราชทานนามหมู่พระราชมณเฑียรนั้นว่า  “พระอภิเนานิเวศน์”  ทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรและขึ้นประทับเป็นปฐมฤกษ์  เมื่อวันพฤหัสบดี  เดือน  6  ขึ้น  4  ค่ำ  พ.ศ.  2402  (กำลังตรวจสอบปี  พ.ศ.)

พระอภิเนานิเวศน์  ประกอบด้วยพระที่นั่งต่างๆ  หลายองค์  องค์หนึ่งคือ  “พระที่นั่งภูวดลทัศไนย”  ตั้งอยู่ด้านเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม (เดิม) ตรงพุทธนิเวศน์  ซึ่งเป็นพระที่นั่งตึกสูง  5  ชั้น  ชั้นบนสุดติดตั้งนาฬิกาขนาดใหญ่ทั้ง 4 ด้าน  มีพระราชประสงค์ให้ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวง เพื่อทำหน้าที่บอกและรักษาเวลามาตรฐาน  ดังปรากฏในประกาศรัชกาลที่  4  ฉบับที่  306,  พ.ศ.  2411
siam-clock-tower

“…จะเป็นเหตุให้เขาหัวเราะเยาะเย้ยได้ว่าเมืองเรา ใช้เครื่องมือนับทุ่มโมง  เวลาหยาบคายนักไม่สมควรเลย เพราะเหตุฉะนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพินิจพิจารณาตรวจตราคำนวณความดำเนินพระอาทิตย์ ให้ฤดูทั้งปวงสอบกับนาฬิกา ที่ดีมาหลายปีทรงทราบถ้วนถี่ทุกประการ แจ้งในพระราชหฤทัยแล้ว…”

ในการครั้งนี้ ได้ทรงกำหนดให้เส้นแวง 100  องศา  29  ลิปดา  50  ฟิลิปดา  ตะวันออก  เป็นเส้นแวงหลักผ่านพระที่นั่งภูวดลทัศไนย  และได้โปรดฯ  ให้มีเจ้าหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน  ประจำหอนาฬิกาหลวง  ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งงานทางวิทยาศาสตร์ของไทยชุดแรก  คือ (1) ตำแหน่งพันทิวาทิตย์  มีหน้าที่เทียบเวลากลางวันจากดวงอาทิตย์  และ (2) ตำแหน่งพันพินิตจันทรา  ทำหน้าที่เทียบเวลากลางคืนจากดวงจันทร์  โดยสังเกตจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่เคลื่อนผ่านเมอริเดียนของสถานที่สังเกตการณ์ของบุคคลทั้งสอง  ซึ่งก็คือ  พระที่นั่งภูวดลทัศไนย

และจากการที่ทรงได้สังเกตดวงอาทิตย์บนท้องฟ้ามานานหลายปี ทรงพบว่าการขึ้น ตก และแนวการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ในเดือนต่างๆ  นั้น  แตกต่างกัน  ที่หอนาฬิกาหลวงจึงมีการคำนวณทางดาราศาสตร์เป็นรายวันทุกๆ วัน  เพื่อตั้งปรับเวลาที่หอนาฬิกาหลวงตามที่ได้คำนวณไว้ล่วงหน้า  เพื่อให้เป็นเวลามาตรฐานกรุงเทพปานกลาง  หรือที่เรียกว่า  Bangkok  mean  time  ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าที่กรีนิช  6 ชั่วโมง 42 นาที  ดังนั้น ประเทศไทย จึงมีเวลามาตรฐานเป็นของตัวเองตั้งแต่ปี  พ.ศ.  2400  และได้มีการออกพระราชกำหนดเรื่องนาฬิกา ในปี  พ.ศ.  2411  อันเป็นปีสุดท้ายแห่งรัชกาล  จึงนับได้ว่าประเทศไทยมีเวลามาตรฐานอย่างถูกต้องตามหลักดาราศาสตร์เป็นชนชาติแรกของโลก  เพราะ  ณ  เวลานั้นแม้แต่หอดูดาว  ที่ตำบลกรีนิช  ประเทศอังกฤษก็ยังไม่มีการกำหนดเวลามาตรฐาน  รัฐสภาอังกฤษเพิ่งจะมีการออกพระราชบัญญัติเวลามาตรฐานเมื่อปี  ค.ศ. 1880  (พ.ศ.  2423)  และในปี  ค.ศ.  1884  (พ.ศ.  2427)  นักดาราศาสตร์จึงได้ตกลงกันกำหนดเส้นแวงที่ผ่านเมืองกรีนิชเป็นเส้น  0  องศา  เพื่อใช้เทียบเวลาโลก

นอกจากหอนาฬิกาหลวงที่พระที่นั่งภูวดลทัศไนยแล้ว  ยังปรากฏหลักฐานว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ  ให้กรมขุนราชสีหวิกรมทรงออกแบบสร้างหอนาฬิกา  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณมุขเด็จพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในปัจจุบัน  เชื่อกันว่ามีพระราชประสงค์จะให้ชาวเรือขึ้นล่องแม่น้ำเจ้าพระยามองเห็น  และเทียบเวลาเดินเรือได้สะดวก  สำหรับพระที่นั่งภูวดลทัศไนยนั้นได้ถูกรื้อลงในสมัยรัชกาลที่  5  เพื่อสร้างทิมดาบใหม่ (ที่พักของทหารรักษาการณ์ในเขตพระราชวัง)

ภายหลังในปี พ.ศ.  2462 ได้มีการประชุมสภาสากลอุทกนิยม ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อแบ่งภาคเวลา  โดยกำหนดให้ตำบลกรีนิช  เป็นจุดแรกของการกำเนิดเวลา  ประเทศไทยจึงได้มีการกำหนดเวลามาตรฐานใหม่  จากเส้นแวงที่  100  ตะวันออก  ซึ่งพาดผ่านพระบรมมหาราชวัง  มาเป็นเส้นแวงที่  105  องศาตะวันออก  จังหวัดอุบลราชธานี  โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 6 ได้ทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้ใช้อัตราเวลาทั่วราชอาณาจักรไทย  เป็น  7  ชั่วโมงก่อนเวลาที่ตำบลกรีนิช  กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  ตั้งแต่  1  เม.ย.  2463  นับตั้งแต่นั้นมา

เรียนรู้จากคลิป ชุดแรก ร้อยเรื่องเมืองไทย ตอน นาฬิกาแห่งกรุงสยาม และ ชุดที่สอง กล่าวถึง Bangkok  mean  time จากภาพยนตร์เรื่อง ทวิภพ



เรียบเรียงเพิ่มเติมจากบทความที่เขียนโดย ผู้ใช้นามว่า นายพลไอเซนฮาวน์
ที่มา : http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711035&Ntype=1
ภาพประกอบจาก : http://www.bloggang.com/data/sompop/picture/1121797229.jpg



Leave a Comment