ดาราศาสตร์ในยุคออเจ้า การะเกด ดาราศาสตร์ไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ดาราศาสตร์ในละครบุพเพสันนิวาส

จุดเริ่มต้นดาราศาสตร์ในสยามประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๒๒๘ หลังจากบาทหลวงคณะเยสุอิต นักคณิตศาสตร์ ทั้ง ๖ รูป เดินทางเข้ามาพำนักในดินแดนสยาม เพื่อจะเดินทางต่อไปยังประเทศจีนเพื่อบุกเบิกงานด้านดาราศาสตร์ตะวันตกในดินแดนตะวันออกนั้น

หนึ่งในคณะบาทหลวงเยสุอิตนั้น คือ บาทหลวงตาชารด์ มีบุคลิกเป็นที่ต้องใจแก่เสนาบดีคนสำคัญของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชคือ “ออกญาวิชาเยนทร์” หรือที่รู้จักในชื่อ “คอนสแตนติน ฟอลคอน” ซึ่งเป็นชาวกรีก ท่านออกญาผู้นี้คือ ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายความสัมพันธ์ด้านการทูตระหว่างฝรั่งเศสและสยามกระทั่งได้ให้สัญญาลับกับสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ว่าจะเป็นผู้ผลักดันให้ดินแดนสยามเป็นแผ่นดินของคริสตชน รวมทั้งจะสถาปนาอำนาจทางการปกครองเหนือดินแดนสยามให้กับฝรั่งเศส ออกญาวิชาเยนทร์ได้ขอตัวบาทหลวงตาชารด์ให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนตนในการเจรจากับราชสำนักฝรั่งเศสและสำนักวาติกัน ด้วยเหตุนี้ บาทหลวงตาชารด์จึงไม่ได้ออกเดินทางไปยังประเทศจีนร่วมกับคณะบาทหลวงท่านอื่นๆ แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่นำสาสน์และแผนการ “รุกสยาม” จากสยามไปยังยุโรปและจากยุโรปมายังสยามให้กับออกญาวิชาเยนทร์แทนการปฏิบัติงานด้านดาราศาสตร์ที่ได้รับมอบหมายมาจากสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔

บาทหลวงนักคณิตศาสตร์ทั้ง ๖ รูปได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เมืองลพบุรี เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๒๒๘ ได้ถวายคำอธิบายแก่พระองค์ว่าดาราศาสตร์เป็นวิทยาการที่มีประโยชน์ และยังได้กราบทูลอีกว่าที่กรุงปักกิ่งก็มีหอดูดาวแล้ว และมีการเชื่อมโยงความรู้ระหว่างหอดูดาวปักกิ่งกับหอดูดาวกรุงปารีส ฉะนั้นการมีหอดูดาวในสยามก็จะเพิ่มความถูกต้องให้กับความรู้เรื่องดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น ออกญาวิชาเยนทร์ได้กราบบังคมทูลต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่าขอพระราชทานความสนับสนุนให้มีคณะบาทหลวงเยสุอิต นักคณิตศาสตร์ ๑๒ รูปจากฝรั่งเศสมาประจำที่สยาม และให้บาทหลวงคณะนี้สร้างหอดูดาวขึ้นตามแบบที่กรุงปักกิ่งและกรุงปารีส ด้วยงานดังกล่าวนี้จะมีส่วนสร้างพระเกียรติคุณรวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดกับประชาชนอันสืบเนื่องจากการได้ศึกษาศิลปะวิทยาการต่างๆ ตามแบบยุโรป ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีความเห็นสอดคล้องต้องด้วยทุกประการ

จากนั้นไม่นาน ทรงมีรับสั่งให้ออกญาวิชาเยนทร์มาบอกแก่คณะบาทหลวงเยสุอิต ๖ รูปว่า พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างหอดูดาวขึ้นแห่งหนึ่งในราชอาณาจักร และจักพระราชทานให้แก่พระบาทหลวงแห่งคณะเยสุอิตซึ่งพระองค์โปรดปรานมาก พระองค์ทรงปรารถนาให้ความคุ้มครองและให้ความอนุเคราะห์ทุกประการอันอยู่ในวิสัยที่พระองค์จะทรงกระทำได้ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๒๒๘ เวลาหลัง ๐.๐๓ น. ขณะสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาที่พระตำหนัก ณ ทะเลชุบศร สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีรับสั่งกับบาทหลวงตาชารด์ว่า ทรงมีพระราชประสงค์จะทูลขอบาทหลวงนักคณิตศาสตร์ ๑๒ รูปจากสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ เพื่อมาปฏิบัติงานด้านดาราศาสตร์ในสยาม และขอให้บาทหลวงตาชารด์พูดจากับบาทหลวงเดอ ลา แชสผู้เป็นพระบาทหลวงประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ให้สนับสนุนในเรื่องนี้ โดยกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ให้มีพระบรมราชานุมัติ ส่วนทางสยามจะได้เตรียมก่อสร้างหอดูดาว ที่พักบาทหลวงและโบสถ์ฝรั่งที่เมืองลพบุรีและที่พระนครศรีอยุธยาไว้ให้พร้อม

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชยังทรงแสดงเจตจำนงว่ามีพระราชประสงค์อย่างแรงกล้าในการได้มาซึ่งบาทหลวงคณะเยสุอิตที่เป็นนักคณิตศาสตร์ ๑๒ รูปจากฝรั่งเศสมาประจำอยู่ที่สยาม เช่นเดียวกับที่สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ โปรดส่งบาทหลวงคณะเยสุอิตนักคณิตศาสตร์ ๖ รูปไปยังประเทศจีน เพราะการนี้จักอำนวยประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่อาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ จึงมีพระบรมราชโองการให้คณะราชทูตสยาม* ซึ่งมี “ออกพระวิสุทธสุนทรหรือโกษาปาน” เป็นราชทูต เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๙

ขุนศรีวิศาลวาจา หรือ คุณพี่หมื่น ของแม่นางการะเกด เป็นตรีทูตเดินทางไปฝรั่งเศสกับคณะราชทูตสยามซึ่งมี “ออกพระวิสุทธสุนทรหรือโกษาปาน” เป็นหัวหน้าคณะ (ในภาพ ซ้าย – ออกพระวิสูตรสุนทร ราชทูต,  กลาง – ออกหลวงกัลยาราชไมตรี อุปทูต,  ขวา – ออกขุนศรีวิสารวาจา ตรีทูต)

สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ มีพระบรมราชานุญาต ด้วยการประกาศรับสมัครบาทหลวงคณะเยสุอิตทั้งประเทศและทำการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม ๑๒ รูป ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดได้รับเกียรติแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ให้เป็น “นักคณิตศาสตร์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งฝรั่งเศส (Mathematician of the King of France)” และส่งมาประจำการที่สยาม เรียกว่า บาทหลวงนักคณิตศาสตร์

ในที่สุด บาทหลวงนักคณิตศาสตร์ทั้ง ๑๒ รูปก็เดินทางมาประจำที่สยามตามความต้องการของฝ่ายสยาม เดินทางมาพร้อมกับขบวนเรือที่นำราชทูตพิเศษฝรั่งเศสนำโดย บาทหลวงเดอ ลา ลูแบร์ และ บาทหลวงเดอ เซเบเรต์ ถึงสยามเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๒๓๐ และได้สร้าง วัดสันเปาโล ขึ้นเป็นหอดูดาวแห่งแรกในประเทศไทย

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสังเกตสุริยุปราคาบางส่วน เมื่อ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๒๓๑ ณ พระที่นั่งเย็น ทะเลชุบศร เมืองลพบุรี, ทรงประชวร เกิดการรัฐประหารโดยพระเพทราชา โดย ๕ มิถุนายน ฟอลคอน หรือออกญาวิชาเยนทร์ สมุหนายกแห่งกรุงศรีอยุธยา (อายุ ๔๐ ปี) ถูกจับประหารชีวิต,  วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๒๓๑ สมเด็จพระนารายณ์สวรรคต (ราว ๓ เดือน หลังการเกิดสุริยุปราคา) … [เพิ่มเติมข้อมูลโดย Astroeducation.com]

ที่มาข้อมูล : หนังสือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ผู้สนพระทัยและองค์อุปถัมภ์การศึกษาดาราศาสตร์ตะวันตกในสยามพระองค์แรก

ผู้เขียน : ภูธร ภูมะธน
ภาพวิกิพีเดีย : ราชทูตสยามนำโดยออกพระวิสุทธสุนทรเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ที่พระราชวังแวร์ซาย ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๒๒๙
ที่มาภาพ :
1. http://www.reurnthai.com/index.php?action=dlattach;topic=5688.0;attach=41054;image
2. https://www.matichon.co.th/news/895228



Leave a Comment